จากการเดินทางกว่า 25 ปีของโรงเล่น สู่หลักสูตร TOT ลานเล่น Network

             ‘โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้’ คือพื้นที่เล่นและแหล่งเรียนรู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านสันโค้ง ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กทุกช่วงวัยเท่านั้น แต่โรงเล่นก่อตั้งและยืนระยะมายาวนานกว่า 25 ปี เพื่อส่งต่อแนวคิดในการพัฒนาทุนมนุษย์โดยใช้การเล่น เป็นเครื่องมือนำทางการเดินทางของโรงเล่นริเริ่มจากการปักธงทำงานทางความคิดกับชุมชนตั้งแต่ปี 2541 ภายใต้ชื่อ ‘กลุ่มคนเฒ่าคนแก่’ ก่อนจะต่อยอดสู่ การเป็นพื้นที่ทดลอง ตั้งคำถามและหาคำตอบร่วมกันว่า เราจะสร้างระบบนิเวศในการดูแลเด็กที่ดีได้อย่างไร

 

             พื้นที่ปัจจุบันของโรงเล่นที่ย้ายมาในปี 2560 มีขนาดราว 1 ไร่ แบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก ได้แก่ ลานเล่นที่ประกอบด้วยพื้นที่เล่นอิสระกลางแจ้ง และห้องสมุดนิทานเด็กห้องนิทรรศการเล่นได้ที่ออกแบบ ด้วยแนวคิดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ห้องเมกเกอร์สเปซสำหรับทดลองประดิษฐ์ของเล่น ห้องสโตร์ที่วางระบบ หลังบ้านให้เป็นต้นแบบการบริหารจัดการคลังวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและร้านขายของที่ระลึกที่เป็นหัวใจหลักในการระดมทุนเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมของโรงเล่น

             ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมาโรงเล่นเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศแห่ง การเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ มาโดยตลอด ซึ่งเป็นภารกิจใหญ่ที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่อาจทำสำเร็จได้เพียงลำพัง ยิ่งพื้นที่เล่นกระจายตัวออกไปมากเท่าไร สังคมก็จะยิ่งเห็นคุณค่าในพลังของการเล่น ด้วยเหตุนี้ทีมโรงเล่น จึงร่วมกับบริษัท เล่นด้วยสติ จำกัด ดำเนินการขยายพื้นที่ลานเล่นอิสระ กระจายตัวไปยัง 10 พื้นที่ใน 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบนและค้นพบจากการลงมือทำว่าหากจะสร้าง ความยั่งยืนให้กับลานเล่น สิ่งสำคัญคือการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง โดยมีกระบวนกรชุมชนที่เข้าใจ และเห็นความสำคัญของ การเล่นอย่างแท้จริงเป็นผู้ขับเคลื่อน

 

             จึงเป็นที่มาของการจัด Training of the Trainer (TOT) กระบวนกรชุมชน หลักสูตรลานเล่น Network รอบจังหวัดแพร่ ลำปาง และพะยา ในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2568 เพื่อเสริมศักยภาพ ชุมชนและขยายเครือข่ายร่วมพัฒนาพื้นที่เล่นอิสระ

 

             ปุ๊ – วีรวัฒน์ กังวานนวกุล ผู้อำนวยการโรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ สะท้อนถึงแนวคิดในการ พัฒนาหลักสูตรนี้ว่า “งานพื้นที่ให้บริการความสนุกหรือพื้นที่สร้างสรรค์ อย่างโรงเล่น เป็นสิ่งที่เรารักและ ภูมิใจ เวลาเห็นผู้คนตั้งใจเดินทางมาจากทั่วสารทิศ แต่มันยั่งยืนหรือเปล่าในแง่การพัฒนาสังคม ตลอด 25 ปี ที่ทำงานกับชุมชนเราเกิดคำถามนี้ในหัวมาตลอด สิ่งที่รู้สึกในใจต่อมาคือถ้าเราทำได้ใครๆ ก็ทำได้ แล้วเราจะส่งต่อองค์ความรู้เหล่านี้ยังไง”

 

             เราเชื่อมั่นจริงๆ ว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพ เราจึงอยากส่งต่อแนวคิดและชวนให้ทุกคนกลับไป ทำลานเล่นในพื้นที่ของตนเอง ผมชวนคุณตาคุณยายที่เป็นนักทำของเล่นในชุมชน ทบทวนและค้นหา ความหมายว่าเราจะทำของเล่นพื้นบ้านจนถึงเมื่อไร พวกท่านชวนผมคิดและชวนผมฝันไปพร้อม ๆ กัน ด้วยการตอบว่า ‘ก็ทำไปจนกว่าจะไม่มีคนเล่น’ ในโลกแห่งความเป็นจริงเราพบว่ามนุษย์ยังอยากเล่นเสมอ เพราะฉะนั้นความปรารถนาของเราจึงไม่ใช่การทำงานจนวันตาย แต่เราจะส่งต่อแนวความคิดเหล่านี้       ให้กระจายไปทุกที่ให้เขากลับไปทำในชุมชนของเขา

             ทางด้าน เจน – เจนจิรา โลชา กระบวนกรลานเล่นชุมชน หนึ่งในวิทยากรหลักของ หลักสูตร มองว่าหัวใจสำคัญของการทำลานเล่นชุมชนคือการสร้างการมีส่วนร่วม “การสร้างลานเล่นให้ ยั่งยืนควรเริ่มจากการทำประชามติร่วมกันในชุมชน โดยต้องมีคนริเริ่มประสานงานให้ลานเล่นเกิดขึ้นได้จริง และลานเล่นไม่ใช่พื้นที่สำหรับเด็กเท่านั้น ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ ใคร ๆ ก็เข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางตรงนี้ สร้างช่วงเวลาที่มีคุณภาพร่วมกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่”

 

             หลักสูตร TOT ลานเล่น Network เกิดขึ้นเพราะเราเห็นว่าเด็กในหลายชุมชนกำลังเจอปัญหา เช่น พัฒนาการล่าช้า ขาดกิจกรรมเสริมพัฒนาการ เราจึงอยากชวนคนที่สนใจงานด้านเด็กและมีความมุ่งมั่น ตั้งใจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้”

             ซึ่งนอกจากผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาจากการเดินทางกว่า 25 ปีของโรงเล่นแล้ว ยังมีกิจกรรมฝึกทักษะการรับฟังว่าชุมชนต้องการอะไร เรียนรู้ทักษะการจับประเด็น ทักษะด้าน การประสานงานและคลี่คลายความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกันและเห็นข้อสรุปชัดเจนว่า ลานเล่นแบบไหนที่จะตอบโจทย์ชุมชน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการประสานความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงแค่ร่วมเป็นวิทยากรเท่านั้น แต่เจนยังมีแผนทำ ‘ลานเล่นบ้านศิลป์คเตคะติ’ ในบริเวณบ้านของตนเองที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจว่า “เราอยากให้เด็ก ในชุมชนมีพื้นที่เล่นอิสระ ตัวเรามีความสามารถในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก เลยคิดว่าถ้าเด็ก ๆ ได้เรียนรู้กิจกรรมที่หลากหลาย เขาจะได้รู้จักแง่มุมในการเพิ่มศักยภาพตนเองหลากหลายมิติมากขึ้น รวมถึงเรื่องการจัดการอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และที่สำคัญคือเด็ก ๆ จะได้วิ่งออกกำลังกาย ได้ใช้ร่างกายอย่างเต็มที่ เราอยากให้เด็ก ๆ ใช้พื้นที่ตรงนี้ปลดปล่อยตัวเองอย่างอิสระ ทำอะไรก็ได้ที่ยืด เวลาความเป็นเด็กของเขาออกไปให้นานที่สุด”

 

             ปิดท้ายด้วยความคิดเห็นจาก เหมียว – อุไรรัตน์ หน้าใหญ่ ผู้จัดการโครงการ Training of the Trainer (TOT) กระบวนกรชุมชน หลักสูตรลานเล่น Network และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เล่นด้วยสติ จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น ที่มองว่า “ตลอดการทำงานกับชุมชน เราเห็นชัดเจนว่าการเล่นมีพลังเปลี่ยนชีวิตเด็กได้จริง แต่สิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน คือ ‘คนในพื้นที่’ ที่ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของพื้นที่เรียนรู้ของตัวเอง หลักสูตร TOT ลานเล่น Network จึงไม่ใช่แค่การอบรม แต่คือการส่งต่อกระบวนการคิด เครื่องมือ และความเชื่อมั่นว่าใคร ๆ ก็สามารถสร้างลานเล่นที่มีความหมายให้ชุมชนของตัวเองได้

 

             สิ่งที่โดดเด่นของหลักสูตรนี้ คือการผสานประสบการณ์กว่า 25 ปีของโรงเล่นเข้ากับพลังของ เครือข่ายท้องถิ่น ทำให้ผู้เข้าร่วมไม่เพียงได้เรียนรู้ แต่ได้มองเห็น ‘ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ’ ในพื้นที่ของตนเอง พอเราเห็นคนหนึ่งลุกขึ้นทำ พื้นที่อื่นก็เริ่มขยับตาม นี่คือพลังของเครือข่ายที่ขยายตัวได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด เราเชื่อว่าการขยายผลลานเล่นจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีคนเล็ก ๆ หลายคนรวมกันลุกขึ้นดูแลพื้นที่ ของตัวเอง และ TOT ลานเล่น Network คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม มากขึ้นทุกวัน”

 

             สนใจรู้จัก TOT ลานเล่น Network เพิ่มเติมติดต่อได้ที่ Facebook Page: เล่นด้วยสติ play based learning SE

Shares:
QR Code :
QR Code